Search
Close this search box.

Polygon 2.0 เสนอเปลี่ยนชื่อ MATIC เป็น POL และปรับ Tokenomics ใหม่

Reading time 5 Mins
  • Parit Boonluean

    A guy who loves crypto like Bitcoin and Ethereum. He's not the best writer, but his love for DeFi makes up for it. He's an easygoing guy who makes learning about crypto fun and easy.

Share :
Polygon 2.0 tokenomics

Table of Contents

Polygon 2.0 tokenomics POL token

คืนที่ผ่านมา Polygon 2.0 ได้ประกาศรายละเอียดเพิ่มขึ้นในส่วนของ Tokenomics ซึ่งเป็นส่วนที่ทุกคนจับตารอดูอย่างมากและเซอไพรส์ใครหลายคนคือการ “เปลี่ยนชื่อเหรียญจาก $MATIC เป็น $POL” โดยรายละเอียดสำคัญจะมีด้วยกัน 4 เรื่องคือ 1) รูปแบบการใช้งานที่พัฒนาขึ้น 2) ประโยชน์ของการถือเหรียญ 3) Tokenomics และ 4) ขั้นตอนการแปลงเหรียญ

ข้อเสนอในการอัปเกรดครั้งใหญ่นี้จะแปลงโฉมให้ Polygon ไปในทิศทางไหน และทีม Research ของเรามีความคิดเห็นเช่นไร อ่านได้ในบทความนี้ครับ

POL: หนึ่งเหรียญสำหรับทุกเชนของ Polygon

Polygon 2.0 tokenomics

จากบทความ Polygon 2.0: เป้าหมายสูงสุดของการเป็น Value Layer จะเห็นว่า Polygon 2.0 นั้นมีแนวคิดที่จะรวมทุกเชนของ Polygon ที่ได้เคยพัฒนามาเช่น Polygon Proof of Stake ที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ Zero Knowledge proof (ZKP) กลายเป็น Polygon zkEVM Validium, zkEVM แบบธรรมดา และ Supernet ซึ่งเป็นเหมือน Blockchain Layer 2 ของ Polygon โดยจะมีความยืดหยุ่นและ Customize จำนวน Validator Node หรือ Native Token ได้

Polygon 2.0 จะพัฒนาให้ทุกเชนมาเชื่อมต่อกันได้ราวกับอยู่บนเชนเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหา “สภาพคล่องที่กระจายตัว” และ “ประสบการณ์ใช้งานที่ยุ่งยาก” ให้หายไป

โดย Polygon จะเปลี่ยนชื่อเหรียญ $MATIC ใหม่เป็น $POL ซึ่งมาจาก POLygon ซึ่งการเปลี่ยนชื่อของ Polygon นั้นเคยเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2017 ที่ใช้ชื่อว่า Matic Network ($MATIC) จนปี 2021 เปลี่ยนชื่อเป็น Polygon Technology ($MATIC) การเปลี่ยนชื่อเหรียญในครั้งนี้จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถโยงชื่อเชนและชื่อเหรียญได้ถูกต้องมากขึ้น 

รูปแบบการใช้งานที่พัฒนาขึ้น (3rd Generation Token)

Polygon 2.0 tokenomics

ใน Whitepaper ของ Polygon 2.0 กล่าวว่า เหรียญยุค 1 คือ $BTC คือเป็นได้แค่ Block reward และ Transaction fee ทำให้การถือ $BTC เป็น Unproductive asset ที่ไม่เกิดประโยชน์ 

ส่วนเหรียญยุคที่ 2 จะเป็นกลุ่ม $ETH, $ATOM และ $DOT ที่เหรียญใช้เป็น Validator node หรือสามารถโหวตทิศทางการบริหาร (Governance) ในกลุ่มนี้การถือเหรียญจะสามารถสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้ จึงเป็น Productive asset

แต่ $POL นั้นจะเหนือกว่านั้นอีกจนได้ลำดับเป็นเหรียญยุคที่ 3 ซึ่งจุดเด่นคือการเป็น Validator Node จากการถือเหรียญ $POL จะ “สามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ทุกเชนที่เชื่อมต่อกันบน Polygon” และสามารถ “รับงานที่แต่ละเชนยื่นเสนอเพิ่ม” ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น

  • การตรวจสอบธุรกรรมผู้ใช้งานที่ละเอียดขึ้น
  • การตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมแบบ Zero Knowledge
  • การทำงานด้าน Data Availabilty layer ที่ช่วยรับประกันว่าข้อมูลถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ

รูปแบบการใช้งานที่เหนือขึ้นไปอีกขั้นของ Polygon ทำให้ Blockchain มีความปลอดภัยมากขึ้น มีการเติบโตที่ล้อไปกับ Ecosystem ทั้งหมด และในขณะเดียวกันก็ยังเปิดเพิ่มประโยชน์ในการถือเหรียญมากขึ้น

ประโยชน์ของการถือเหรียญ (Utility)

การที่ Validator Node ของ Polygon สามารถตรวจสอบธุรกรรมได้หลายเชนและรับงานเพิ่มขึ้นได้ ช่วยเพิ่มประโยชน์ให้การถือเหรียญได้ดังนี้

  • สามารถรับ Block reward (Protocol Reward) ได้เพิ่มมากขึ้นจากหลายเชน
  • สามารถรับค่าธรรมเนียม (Transaction Fee) ได้จากหลายเชน
  • อาจมีรายได้เสริมจากการรับงานเพิ่มของแต่ละเชน
  • มีสิทธิ์ในการโหวตทิศทางของเชน (Governance)

การอัพเกรดในครั้งนี้จะทำให้ผู้ถือไม่ได้มอง $POL เป็นเหมือนเหรียญที่ใช้เป็นค่าแก๊สเพียงอย่างเดียว แต่ยังมี Utility อื่นๆเพิ่มขึ้นอีกมากในการใช้งาน

$POL Tokenomics

การยกโฉมใหญ่ในครั้งนี้ก็ส่งผลให้ Tokenomics ของ $POL (อดีต $MATIC) นั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน โดยรายละเอียดมีดังนี้

  • เปลี่ยน Total supply 10,000,000,000 MATIC เป็น 10,000,000,000 POL + การเฟ้อ 2% ทุกปี (Tail emission)
  • การเฟ้อ 2% จะแจกไป 2 ส่วนคือ
    • 1) Validator Reward (1%) เพื่อเป็น Block reward ในการดึงให้มีการดูแล Blockchain ไปตลอด (ปรับได้หลังจากผ่านไป 10 ปี) 
    • 2) Community Treasury (1%) เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนา Ecosystem ให้เพิ่มโต เช่น การทำ Polygon Funding Proposals (PFPs) หรือ Consensus gathering โดยหลังจาก 10 ปีจะสามารถลดการแจกได้อยู่ระหว่าง 0%-1%

การปรับเปลี่ยนนี้แม้จะทำให้ Total supply ไม่มีจำกัดจนอาจเกิด Dilution effect หนักมากได้ แต่ Polygon นั้นได้ Implement EIP-1559 แบบเดียวกับ Ethereum ที่จะมีการ Burn $POL ทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม ดังนั้น หากมีการใช้งานเพิ่มมากขึ้น ก็อาจชดเชยการเฟ้อและทำให้เติบโตได้ในระยะยาวได้เช่นกัน

ขั้นตอนการแปลงเหรียญ

Polygon จะเปิดให้ผู้ถือเหรียญ $MATIC เปลี่ยนเป็น $POL ได้ในอัตรา 1:1 ขั้นตอนนี้ต้องทำด้วยตัวเองด้วยคำสั่ง Swap ที่เขียนขึ้นมาโดยเฉพาะ ไม่มีระบบอัตโนมัติ 

สำหรับการถือ $MATIC บน CEX หรือ Custodian wallet ต่างๆ เราคาดว่าทางผู้ให้บริการจะเปลี่ยนให้ผู้ถือโดยอัตโนมัติ

ส่วนผู้ที่ Lock $MATIC ไว้เป็นระยะเวลานานหรือมีเหตุจำเป็นให้ไม่สามาร Swap ได้ทันที Polygon จะยืดระยะเวลาการแลกเปลี่ยนได้สูงสุดที่ 4 ปี

คาดการณ์ราคาจากทาง Polygon

Polygon 2.0 tokenomics forecast $5

สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยเห็นในการเขียน Whitepaper คือการ “คาดการณ์ราคาโปรเจกต์ตัวเอง” เพราะเป็นเหมือนการตั้งความคาดหวังให้กับผู้อ่านว่าราคามีโอกาสเป็นไปได้เท่าไหร่ ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้

แต่สำหรับ Polygon ได้มีการตั้งสมมติฐานการเติบโตของ Ecosystem ต่างๆเช่น

  • ราคาเฉลี่ยของ $POL ในช่วง 10 ปีคือ $5 (ปัจจุบัน $0.85 หรือเติบโต 588%)
  • มี 15 Public chain เปิดตัวในช่วง 10 ปี (ปัจจุบันมี 1-2 Public chain)
  • มี 2,000 Supernet เปิดตัวในช่วง 10 ปี (ปัจจุบันประมาณ 100 Supernet) 
  • และคาดการณ์อื่นๆ เช่น ค่าแก๊ส, จำนวน Tx บน Public chain & Supernet, จำนวน Node และต้นทุนในการเป็น Validator node

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ราคา $POL ที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน 588% หรือจาก All time high ที่ $2.9 ประมาณ 72% ส่วนนี้เป็นการ Chill (เชียร์ให้ซื้อ) โปรเจกต์ตัวเองอยู่หรือไม่

ข้อสังเกต

  • การพัฒนา Polygon 2.0 ในครั้งนี้มุ่งไปทางการใช้ความแข็งแกร่งร่วมกัน (Shared Security) ซึ่งเป็นแนวทางที่ Interchain security ของ Cosmos 2.0, Subnet ของ Avalanche หรือ Restaking model ของ EigenLayer กำลังทำอยู่ ดังนั้น แนวคิดนี้จึงไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ และมี Use case ให้ศึกษามาก่อนแล้ว เรามองว่าข้อดีของ Polygon ที่เหนือกว่าคู่แข่งคือการเป็น Layer 2 ของ Ethereum ที่มี DApp, นักพัฒนา และความเชื่อใจสูงที่สุด
  • มีการตั้งข้อสังเกตว่าการปรับให้มีการเฟ้อ 2% ทุกปี ทำเพื่อให้ Ecosystem มีเงินหล่อเลี้ยงต่อไปได้ แต่อีกนัยหนึ่งก็อาจเป็นการ Cash out ให้ทีมได้ทุกปีเช่นกัน
  • การเปลี่ยนชื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาจาก Regulator หรือไม่ ซึ่งทีมปฏิเสธว่าการ Rebrand ครั้งนี้วางแผนไว้นานมากแล้ว
  • การตั้งราคาสมมติฐานของ $POL ในช่วง 10 ปีข้างหน้า เป็นการชี้นำตลาดจนผิดสังเกตหรือไม่
  • ทุกอย่างเป็นเพียง “ข้อเสนอ” เท่านั้น ยังต้องมีการถกเถียงและร่วมโหวตกันก่อนที่จะเริ่มใช้งานจริง

สรุป

Polygon 2.0 tokenomics POL

ข้อเสนอการอัปเกรด Polygon 2.0 ในพาร์ท Tokenomics ในครั้งนี้ทำให้เห็นทิศทางที่ Polygon มุ่งหน้าจะไปได้อย่างชัดเจน การมีแผนระยะยาวและการยกเครื่อง Tokenomics ใหม่ในครั้งนี้จะช่วยหล่อเลี้ยงให้ Polygon ecosystem สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวก็มีจุดที่ทำให้คนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการชี้นำการลงทุนหรือไม่ และทุกอย่างในนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น ยังต้องมีการถกเถียงและแก้ไขเพื่อให้ Community พึ่งพอใจก่อนจะใช้งานได้จริง ซึ่งจะกินเวลามากกว่า 1 เดือนอย่างแน่นอน และอีกประมาณ 1 อาทิตย์ ทาง Polygon 2.0 จะมีการอัปเดตเรื่อง Governance อีกด้วย เพราะฉะนั้นทุกอย่างยังไม่นิ่งจนกว่าจะเริ่มเปิดโหวตและใช้งานจริง

อ่านเพิ่มเติม

Polygon 2.0: Tokenomics Blog

POL: One token for all Polygon chains Whitepaper

Author

  • Parit Boonluean

    A guy who loves crypto like Bitcoin and Ethereum. He's not the best writer, but his love for DeFi makes up for it. He's an easygoing guy who makes learning about crypto fun and easy.

Tags : Polygon | POL
Share :
Related
Monad ระดมทุนได้ 225 ล้านดอลลาร์นำโดย Paradigm - ลุ้น Airdrop ยังไงดี ?
เจาะลึก Injective: บล็อกเชนตัวแรกที่ออกแบบมาเพื่อ DeFi โดยเฉพาะ
อัปเดททุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Restaking และ LRT
สรุปเหตุการณ์ดราม่าบน Blast ที่เกือบจะต้อง Roll-back เป็น Blast Classic