FAQs

cryptomind| FAQs

Cryptomind Group คือ บริษัทที่มีจุดประสงค์เพื่อเป็นผู้นำ ecosystem ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลแบบ One-stop solution ทั้งให้ความรู้แก่ชุมชมทั้งผ่านสือและอีเว้นท์ ให้คำปรึกษาในด้านสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งรวมไปถึงการลงทุนสำหรับบุคคลและนิติบุคคล จนไปถึงการบริหารจัดการเงินทุนให้ซึ่งจะช่วยให้คนไทยสามารถลงทุนได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจภายใต้มาตราฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดและการวิเคราะห์วางแผนการลงทุนของผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศโดยบริษัทในเครือ Cryptomind Group Holding ได้แค่ Merkle Capital ได้รับใบอนุญาตผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลและ Cryptomind Advisory ได้รับใบอนุญาตการให้บริการเป็นที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล

“Cryptomind Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 เริ่มต้นจากการรวบรวม ข่าวสาร บทความ และบทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสร้าง Community, Event, และ Media ในการให้ความรู้ คำปรึกษา ทำวิจัยด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงให้คำปรึกษา โปรเจคด้าน Blockchain และ Cryptocurrency ชั้นนำระดับโลก จนมีผู้ติดตามรวมมากกว่า 500,000 คน อาทิ Bitcoin Addict Thailand, Kim DeFi Daddy, Blockchain Review, Coinman, Sanjay Popli และ Cryptomind Academy

Cryptomind Group ยังเป็นหนึ่งในผู้นำการจัดงาน “Blockchain Thailand Genesis” ที่มีการจัดขึ้นในทุกๆปีซึ่งถือเป็นงานบล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนี้เรายังมีบริษัทในเครือที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเงินทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ Merkle Capital และ Cryptomind Advisory ที่ให้บริการที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกของไทยอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมี Elkrem Capital ซึ่งให้บริการดูแลการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม Decentralized Finance (DeFi)”

เนื่องจาก Merkle ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่่งเป็นการประกอบธุรกิจจัดการเงินทุนให้แก่บุคคลอื่น เพื่อหาประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ในขณะที่ DeFi Yield (M-DFY) ของ Elkrem เป็นการประกอบธรุกิจที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมบน DeFi จึงไม่อยู่ในขอบเขตสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลจะลงทุนได้ และในปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเป็นผู้กำกับดูแลธุรกิจดังกล่าว ทำให้การดำเนินกิจการของทั้ง 2 บริษัทมีความแตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ Cryptomind Group จึงแยกการบริหารและดำเนินธุรกิจดังกล่าวออกเป็น 2 บริษัทแยกต่างหากจากกัน และหากในอนาคตมีหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมบน DeFi ทางเราพร้อมจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในปัจจุบันยังไม่มีเหรียญหรือโทเค็นใดๆ
สามารถส่ง Resume มาได้ที่ E-mail : hr@cryptomind.group

Merkle Capital | FAQ

Fund Fact

Merkle Capital

  • LCAP – จะลงทุนในเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุด 7 อันดับแรก เปรียบเสมือนลงทุนใน tech start up ทั่วโลก แต่มีความเสี่ยงต่ออัตราผันผวนที่รุนแรง (ทุนขั้นต่ำ 1 แสนบาท)
  • BTCA – จะลงทุนใน Bitcoin เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเก็บรักษาสินทรัพย์ด้วยตนเองและอยากกระจายความเสี่ยงในการลงทุนมายังสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับ 1 (ทุนขั้นต่ำ 1 แสนบาท)
  •  Metaverse – จะลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Metaverse รวมถึง Games, NFT และ Infrastructure เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูง และสามารถรับความผันผวนได้ในระดับสูง (ทุนขั้นต่ำ 1 แสนบาท)
  •  Blockchain – จะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain Infrastructure เช่น ETH เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูง และสามารถรับความผันผวนได้ในระดับสูง (ทุนขั้นต่ำ 1 แสนบาท)
  • ผลตอบแทนย้อนหลังกลยุทธ์ BTCA 
  • ผลตอบแทนย้อนหลังกลยุทธ์ LCAP 

กลยุทธ์ LCAP และ BTCA เป็น passive to semi passive ส่วน Metaverse และ Blockchain เป็น active

เราปรับเรื่อยๆไปตามสถานการณ์ แล้วจะอัพเดททุกเดือนให้ดูค่ะ ในการลงทุนกลยุทธ์นี้จะคล้ายๆการลงทุนในกองทุนหุ้นอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงเฉพาะอุตสาหกรรม จึงแนะนำให้นักลงทุน กระจายความเสี่ยงโดยรวมอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ในการจัดการบริหารกลยุทธ์จะทีการกระจายความเสี่ยงเหรียญ (บริษัท) ที่คัดเลือก มาตาม investment framework เมื่อในอนาคต มีเหรียญที่ผ่าน investment framework ของเรามากขึ้น เราจะทำการปรับพอร์ท เพิ่มเหรียญเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ในการคัดเลือกเหรียญ (บริษัท) เข้ามาในพอร์ท ทุกตัวจำเป็นต้องผ่าน investment frameworkของบริษัท ที่คำนึงถึง คุณภาพ การเติบโต และความปลอดภัยค่ะ
เพราะ Metaverse เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทำให้อาจจะผันผวนกว่าตลาดอื่น ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล สินทรัพย์ที่เลือกจะผ่านการคัดสรรด้วย Merkle Framework จากทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Metaverse และการจำกัดความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพจากทีม Risk เพื่อคัดสรรสินทรัพย์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
กลยุทธ์เราคือการ Fully invest โดยเราเลือกเหรียญที่ผ่านการคัดกรองทั้งผ่าน framework และการวิเคราะห์ของทีมงานเพื่อให้กลยุทธ์ represent the best of the sector แปลว่าเราจะจัดเหรียญที่เราคิดว่าดีที่สุดเพื่อ maximize profit และ minimize loss ในแต่ละ sector เท่านั้น แต่เราจะไม่มีการ take profit / cut loss โดยการขายเหรียญให้ลูกค้า
NAV จะคิดจากมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวม ณ เวลานั้น แล้วหักออกด้วยค่าใช้จ่ายกองทุนนั้น และการคํานวณมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนตามราคาตลาด (Mark to Market) ในแต่ละวัน
เรามีการประเมินความเสี่ยงเพื่อแนะนำกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนของลูกค้า ทั้งนี้บริษัทลดความเสี่ยงด้วยเกณฑ์ของ Merkle และกระจายเงินไปหลายที่ การกระจายความเสี่ยงเรามี Merkle framework ที่จะประเมิน platform ที่เราจะนำไปลงทุน และแบ่งสัดส่วนเพื่อลดความเสี่ยงโดยไม่ลงที่ใดที่นึงเกิน 30-35%
Rebalance ทุก 4 อาทิตย์ การ rebalance ไม่ได้มีการทำเป็น sequence ตลอดทุก 4 weeks แต่จะเป็นการ review ในทุก 4 weeks ก่อนแทนว่าจังหวะนั้นควรจะเกิดการ rebalance หรือไม่ตามดุลพินิจของ Merkle team
Merkle เป็นตัวแทนลูกค้า กรรมสิทธิ์เป็นของ Invester ส่วนคนถือ private key คือ Merkle โดยฝ่าย investment ค่ะ

เรามี custodian เป็น 3rd party ที่อยู่ในต่างประเทศค่ะ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และทำให้ง่ายต่อการดูแล อย่างไรก็ดีเราก็ยังคงรอที่จะใช้ custodian ที่ผ่านเกณฑ์กลต. และได้ใบอนุญาตในไทยค่ะ

ในแต่ละช่วงการลงทุน fund manager ได้มีการเลือกแพลตฟอร์มที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงผลตอบแทนที่สูงและความเสี่ยงที่ต่ำ สังเกตได้จากผลตอบแทนช่วงที่ผ่านมาที่ถ้าไม่นับเรื่องความผันผวนค่าเงินบาท จะถือว่าผลตอบแทนเราทำได้นิ่งมากๆ ทั้งนี้ในอนาคตเราอาจมีการปรับพอร์ทเพิ่มหรือลดแพลตฟอร์มใดๆ เข้าไป หากแพลตฟอร์มดังกล่าว ผ่านเกณท์ investment framework ของเรา
สามารถแจ้งข้อร้องเรียนได้ผ่านทาง https://merkle.capital/invest/complain
ในกรณีที่ Merkle จะไม่ประกอบธุรกิจ หรือปิดตัวกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือหยุดประกอบธุรกิจชั่วคราว Merkle ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อคืนทรัพย์สินให้แก่ลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถทำเรื่องขอคืนได้ที่ Merkle โดยตรงค่ะ หรือเก็บรักษาไว้ในระบบที่ปลอดภัยระดับสูง เพื่อมิให้ลูกค้าได้รับผลกระทบในระหว่างการหยุดประกอบธุรกิจค่ะ

Registration

การยืนยันตัวตนผ่าน Onfido จำเป็นต้องใช้งานด้วย Chrome หรือ Safari ค่ะ ขอให้ท่านตรวจสอบว่าท่านได้เข้าใช้งานผ่าน Chrome หรือ Safari หรือไม่ และหากยังคงพบปัญหาในการใช้งานอยู่ ขอให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ของเราที่ Line: @merkle.capital

“เมื่อถึงกำหนดที่ท่านควรจะได้รับ Email ยืนยัน Whitelist หากท่านไม่ได้รับ Email ดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของเราที่ Line: @merkle.capital เพื่อสอบถามสถานะการลงทะเบียน และ ทำการยืนยันตัวตนต่อไป “
สำหรับลูกค้านิติบุคคลที่ต้องการหลักฐานการทำธุรกรรมกับ Merkle capital ท่านสามารถใช้ email ยืนยันการทำรายการ แทนใบเสร็จรับเงินได้ค่ะ แต่หากท่านต้องการ invoice ท่านสามารถติดต่อมาที่ฝ่ายบัญชีของบริษัท Merkle Capital ผ่านทาง Line: @merkle.capital
หากท่านเป็นลูกค้านิติบุคคลที่ได้ลงทุนกับทาง Merkle Capital และประสงค์ที่จะทำการหักภาษี ณ​ ที่จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมการให้บริการของเรา ท่านสามารถติดต่อมายังฝ่ายบัญชีของบริษัท Merkle Capital ผ่านทาง Line: @merkle.capital
ได้ค่ะ โดยท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของเราที่ Line: @merkle.capital เพื่อทำการแจ้งเปลี่ยนแปลงบัญชีต่อไป
ในกรณีซื้อ ท่านสามารถใช้บัญชีอื่นในการโอนเงินได้ค่ะ เพราะว่าเราจะตรวจสอบการทำธุรกรรมจากหลักฐานการโอนเงินร่วมด้วย ส่วนในกรณีขายขอให้ท่านใช้บัญชีที่เป็นชื่อผู้เปิดบัญชีเพื่อความปลอดภัยของท่านค่ะ

Elkrem Capital | FAQ

ตามแนวทางของสำนักงาน ก.ล.ต. และจากเอกสาร hearing เรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถลงทุนได้เฉพาะในสินทรัพย์ดิจิทัล และเก็บทรัพย์สินของลูกค้าได้ภายใต้ขอบเขตที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดเท่านั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องโอนย้ายกลยุทธ์ DeFi Yield (M-DFY) ไปที่ บริษัท Elkrem Capital หากในอนาคตมีหน่วยงานใดที่พร้อมเป็นเจ้าภาพในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมบน DeFi ทางเราพร้อมยื่นเอกสารโดยทันที เพื่อทำเรื่องขออนุญาต

ของเราไม่มีการประกันเงินต้น เนื่องจาก DeFi ยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่แต่ทางเรามีการบริหารความเสี่ยงตาม framework และกระจายทรัพย์สินไม่ลงในแพลตฟอร์มใดแฟลตฟอร์มหนึ่งเกิน 30% เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าลงทุนใน platform ต่างๆ รวามถึงหลีกเลี่ยงการเข้าลงทุนใน platform ที่เสี่ยงต่อการโดนโจมตี

ทางบริษัทมีการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงจากกลยุทธ์การลงทุน ด้วยหลักเกณฑ์ต่างๆของ Merkle ที่กำหนดขึ้น อาทิ การกระจายเงินทุน และลดความเสี่ยงต่อภัยหลากหลายรูปแบบด้วย Merkle framework โดยจะทำการคัดเลือก platform ที่จะเข้าลงทุน รวมทั้งแบ่งสัดส่วนการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง กล่าวคือ จำกัดการลงทุนในแต่ละ platform ไม่เกิน 30-35% ต่อเงินทุนทั้งหมดค่ะ

ด้วยเป้าหมายของกลยุทธ์คือการรักษาเงินต้นโดยนำเงินไปลงทุนบน platform DeFi เพื่อแสวงหาผลตอบแทนเป็นหลัก โดยผลกำไรที่ได้ก็จะทบเงินต้นไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ เนื่องจากเราไม่มีการ hedge ค่าเงิน จึงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการขึ้นลงของราคา NAV ในแต่ละวัน
การลงทุนในกลยุทธ์ DeFi Yield มีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินต้นหายในช่วงระยะสั้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน USDT กับค่าเงินไทย ซึ่งในช่วงต้นของการลงทุนอาจมีติดลบบ้างตามการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่ะ
สำหรับกลยุทธ์ DeFi Yield นั้นเราจะแปลงสกุลเงินของท่านเป็นเหรียญ stable coin หรือ USDT ก่อนที่จะนำเหรียญไป Farm ค่ะ
เนื่องจากกลยุทธ์ DeFi Yield ไม่ได้เก็บค่า Management Fee เหมือนกับกลยุทธ์อื่น ๆ ของเรา โดยกลยุทธ์ DeFi Yield จะเก็บค่า Front-end fee 1% และ ค่า Performance fee 20% ทั้งนี้เพราะเราถือว่ากลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวเป็นรูปแบบของการ share risk & return ร่วมกันกับลูกค้าด้วย ฉะนั้นจึงได้กำหนดค่า Performanace fee ดังกล่าวโดยคำนวณจากผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
“กลยุทธ์การลงทุนของ Elkrem ไม่ได้มีการลงทุนใน Twindex หรือ Dopple เราเลือกลงทุนในแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพที่สุด จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจาก Flash Loan จาก Twindex หรือ Dopple “
กลยุทธ์ที่ลงใน Defi (yield farming) มีแค่กลยุทธ์เดียวของ elkrem ชื่อ Defi yield ส่วนถ้าไปฟาร์มในแพลตฟอร์มไหนนั้นทางเราจะมีแจ้งใน fact sheet ค่ะว่าเรามีการเอาเหรียญในไปฟาร์มบ้าง และในแพลตฟอร์มลักษณะไหนบ้าง ซึ่งหลักๆจะมี lending/borrowing และ exchange แต่ถ้าเป็นรายชื่อแพลตฟอร์มละเอียดทางเราจะเก็บไว้เป็นความลับของบริษัท แต่ให้มั่นใจได้ว่าเราลงทุนแต่ในแพลตฟอร์มชั้นนำที่ผ่านการ audit แล้วเท่านั้น
เพราะต้องการคัดเลือกลูกค้าที่สามารถรับความเสี่ยงได้ระดับหนึ่งเพราะทาง Elkrem ยังไม่ได้รับการรับรองจากก.ล.ต. และเนื่องด้วยการบริหารจัดการที่ค่อนข้างซับซ้อนและต้องใช้ความเชี่ยวชาญระดับสูง ทำให้เราต้องใช้ resource ที่สูงมากในการจัดการกลยุทธ์ อย่างไรก็ตามการ set minimum investment ตรงนี้เป็นผลจากการที่เราหารือกับทางก.ล.ต.
กองทุนเราเลือกแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพที่สุด จะไม่ได้รับผลกระทบจาก flash loan ซึ่งทั้ง Twindex/ Dopple เราไม่มีไปลงในแพลตฟอร์มนี้
อยู่ที่ Exchange rate แล้วก็มูลค่าเหรียญปันผลที่ได้มา รวมถึงตาม factsheet เรื่องความเสี่ยงของ impermanent loss แต่หลักๆ คือ exchange rate
“ปัจจุบันเรายังไม่ได้มีการ hedge ค่าเงิน แต่ด้วย performance ของตัวกลยุทธ์ defi yield ต่อปีที่ 15-20% ถ้าถือเป็นระยะเวลานึง คิดว่าจะชนะความผันผวนของค่าเงินในช่วงนี้ได้ “
ตัว MIM เราได้มีการศึกษาแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงทุน เนื่องจากมีแพลตฟอร์มอื่นที่น่าสนใจกว่าทั้งในแง่รายได้และความปลอดภัย

สำหรับเรื่องราคา thb/usdt ที่ผันผวนในช่วงนี้ ไม่ได้มีผลโดยตรงในการตัดสินใจเลือกสินทรัพย์ในการทำ yield farming ใน defi platform ใดๆ แต่จะมีผลต่อ performance ต่อปีในกรณีที่ลูกค้าลงทุนเป็นบาทไทย ทั้งนี้สำหรับกลยุทธ์ defi yield ที่คาดว่า ต่อปี น่าจะได้ประมาณ 15-20% ต่อปี ทำให้ถ้าถือระยะยาวเกิน 6 เดือน ความผันผวนทางค่าเงินจะส่งผลน้อย

เนื่องจาก Stable coin หลายๆ ตัวจะมีความเสี่ยงแฝงในส่วนนี้ ทางเราเองก็ตระหนักในเรื่องนี้ จึงมีการกระจายความเสี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายในกรณีร้ายแรง เช่น USDC BUSD USDT USDP TUSD HUSD เป็นต้น ทางเราจะไม่พึ่งพิงสกุลใดสกุลนึงเป็นพิเศษ