Search
Close this search box.

ทำความรู้จักกับ Filecoin พร้อมเจาะลึกโอกาสในการเติบโตของ Decentralized data storage ในอนาคต

Reading time 10 Mins
  • Sun

    Researcher and Analyst at Cryptomind, 6th year Medical student at Chulalongkorn, Always busy finding that 100x Fantasy

  • Kuljira Ittiamornkul
Share :
AW_Filecoin-01 (1)

Table of Contents

ในเวลานี้คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่า Web 3.0 เป็นอีกเทรนด์เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี่และบล็อกเชนที่มาแรงมากและน่าจะเติบโตต่อไปอีกในอีกหลายปีข้างหน้า และหนึ่งใน Infrastructure ของ Web 3.0 ที่สำคัญมากก็หนีไม่พ้นเรื่องของการเก็บข้อมูลหรือ Data storage เพราะเมื่อการใช้งาน Web 3.0 เติบโตมากขึ้น ดังนั้นในอนาคตตวามต้องการ Storage space ก็ควรจะต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

ขอบคุณภาพจาก Researchgate

โดยข้อมูลจาก Seagate ได้ประเมินว่าทุกวันนี้โลกของเราสร้างข้อมูลขนาด 2.5 quintillion bytes ต่อวัน และคาดว่าจะมีการเติบโตแบบ Exponential ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าภายในปี 2025 ขนาดของ Global data sphere จะมีมากถึง 175 Zettabytes ซึ่งที่มีการคาดการณ์ว่าจำนวนข้อมูลจะเติบโตได้มากขนาดนั้นส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาของ Web3.0 Application ที่หลายๆอย่างยังคงอยู่ในช่วง Early stage ยกตัวอย่างโดยเฉพาะกรณีอย่างเช่น Metaverse/GameFi/NFT ที่ตองการ Storage space ค่อนข้างมากซึ่งยังเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและน่าจะเติบโตได้อีกอย่างก้าวกระโดด  

ซึ่งทุกวันนี้หลายๆโปรเจกต์ Web3.0 นั้นก็ยังใช้การเก็บข้อมูลอย่างเช่น NFT บน Centralized server อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บผ่าน Server ของที่ทางโปรเจกต์ดูแลเอง หรือใช้ผู้ให้บริการอย่าง Amazon Web Services (AWS), Microsoft Azure ซึ่งก็ทำให้ไม่ได้มีความเป็น Decentralized อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าโปรเจกต์ดูแล Server นั้นเอง ทางโปรเจกต์ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูล Metadata ได้ ดังนั้นผู้ถือ NFT ก็จะไม่ได้เป็นเจ้าของงานชิ้นนั้นอย่างแท้จริงนั่นเอง ซึ่งเรามองว่าในอนาคตผู้ใช้งานจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องความเป็นเจ้าของและความ Decentralization ในอนาคตเราคาดว่าจะมีโปรเจกต์อีกมากที่เปลี่ยนมาเก็บข้อมูลแบบ Decentralized กันมากขึ้น 

มาถึงตรงนี้หลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมถึงไม่เก็บข้อมูลไว้บน Blockchain เลย ในเมื่อ Blockchain ก็ถือเป็น Decentralized database เหมือนกัน ซึ่งคำตอบก็คือว่าการเก็บข้อมูลบน Blockchain อย่างเช่น Ethereum นั้นเหมาะกับการเก็บข้อมูลธุรกรรมที่มีขนาดเล็กเท่านั้น ส่วนการที่จะเก็บข้อมูลอื่นๆนั้นไม่ Practical และมีราคาแพงเกินไป ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการเก็บข้อมูลไฟล์รูปจำนวน 1 ภาพนั้นจะต้องเสียค่าใข้จ่าย Gas fee มากถึงราว 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นสำหรับการเก็บข้อมูลจะต้องมีการใช้บริการ Decentralized data storage แยกออกมา

โดย Filecoin ถือเป็นหนึ่งในเครือข่าย Decentralized data storage (เจาะตลาดทั้ง Web 2.0 และ Web 3.0) ที่มี Market share อันดับหนึ่งที่ประมาณ 80% เมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นๆ อย่างเช่น Arweave, Sia, Storj หรือ Crust เป็นต้น โดย Filecoin มีเหรียญ Utility token ของเครือข่ายที่ชื่อว่า $FIL ที่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ที่ผ่านมาราคาได้ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าภายในช่วงระยะเวลาไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นมากขนาดนี้นั้นมาจากประเด็นที่ทาง Filecoin ประกาศเปิดตัว Filecoin Virtual Machine (FVM) ในเดือนมีนาคม ซึ่งหมายถึงว่า Filecoin จะพัฒนากลายไปเป็น Blockchain Layer 1 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ Real world service นั่นเอง (จะอธิบายเพิ่มเติมในบทหลัง)

ขอบคุณภาพจาก Messari

ซึ่งนอกจากจะมี Catalyst ดังกล่าวแล้ว Filecoin ยังเป็นหนึ่งกลุ่มที่มีความสำคัญในรากฐานของ Decentralized protocol ที่ทางหลายสำนักก็มีมุมมองที่เป็นบวก อย่างเช่นทาง Messari เองก็ได้จัด Decentralized storage network ไว้เป็นหนึ่งใน DePIN Sector (Decentralized Physical Infrastructure Networks) ที่ถือเป็น Crypto sector ในการลงทุนที่น่าจะโดดเด่นใน Bull run ครั้งหน้า 

จากเหตุผลทั้งหมด เราจึงมองว่า Filecoin ถือเป็นแพลทฟอร์มที่น่าติดตาม ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมาอัพเดทสถานการณ์เกี่ยวกับ Filecoin ทั้งหมดตั้งแต่การทำงานเบื้องต้นไปจนถึงพัฒนาการต่างๆที่น่าสนใจ แต่ก่อนอื่นเรามาเริ่มปูพื้นกันก่อนว่า Decentralize storage คืออะไร

Decentralized storage คืออะไร

ในปัจจุบันการเก็บข้อมูลผ่าน Cloud ที่เราคุ้นเคยกันดีก็จะเป็นการใช้บริการผ่านผู้ให้บริการอย่าง Google, Dropbox, Amazon Web Services (AWS) ที่เท่ากับว่าผู้ใช้งานนำข้อมูลไปฝากไว้กับตัวกลาง ซึ่งปัญหาของการเก็บข้อมูลแบบนี้ก็คือซึ่งการเก็บข้อมูลแบบใช้ตัวกลางแบบนี้ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถควบคุมข้อมูลของตัวเองได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องความสามารถในการพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลที่จะต้องเชื่อใจทางผู้ให้บริการเท่านั้น 

ดังนั้น จึงมีโซลูชั่นทางเลือกออกมาซึ่งก็คือ Decentralized storage จะเข้ามาแก้ปัญหาการเก็บข้อมูลแบบผ่านตัวกลาง โดยการตัดการพึ่งพาตัวกลางในการเก็บข้อมูล จึงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการเก็บรักษาข้อมูล, เพิ่มความปลอดภัยในการเก็บรักษาเพราะข้อมูลจะถูกเก็บแบบถาวรและไม่สามารถแก้ไขได้, ตัดปัญหาที่เกิดจาก Single point of failure, ช่วยลดต้นทุนในการเก็บข้อมูลเพราะราคาถูกว่า Centralized storage, ช่วยให้การเก็บข้อมูลสามารถ Scale ได้, ลดปัญหา Downtime เป็นต้น 

หลักการทำงานของ Decentralized storage ก็คือแทนที่จะเป็นการพึ่งพาการเก็บข้อมูลผ่าน Entity เดียว ก็จะเป็นการเก็บข้อมูลแบบกระจายออกไปบน Node ทั่วโลกผ่านเครือข่าย Peer-to-peer แทน โดยที่เจ้าของข้อมูลเท่านั้นที่จะถือ Encryption key เพื่อเข้าถึงข้อมูลของตัวเองได้

หลักการทำงานของ Filecoin

ขอบคุณภาพจาก Tory Green twitter

Filecoin ถือเป็น Layer ที่ถูกสร้างขึ้นบน InterPlanetary File System (IPFS) ที่เป็นระบบ Peer-to-peer file storage โดย IPFS ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทที่ชื่อว่า Protocol Labs มาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่ง IPFS เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Bottorent อีกทีหนึ่ง การทำงานของ IPFS นั้นเป็นการเก็บข้อมูลกระจายไฟล์ไปในหลายๆ Node ทั่วโลก โดยผู้ที่มีคอมพิวเตอร์ที่มีพื้นที่ Hard disk ว่างก็สามารถเข้ามาร่วมเป็น Storage provider ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก DecentralEra Twitter

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ IPFS ยังขาดอยู่ก็คือระบบ Incentive ที่จะดึงดูดให้คนเข้ามาเป็น Storage provider ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ทาง Protocol Labs ได้สร้าง Filecoin ขึ้นมาต่อยอดนั่นเอง ทำให้คนที่มาเป็น Storage provider ได้รับค่าตอบแทนโดยได้รับ Reward เป็นเหรียญ $FIL กลับไป ส่วนผู้ที่ใช้บริการก็จะต้องเสียค่า Fee เป็นเหรียญ $FIL เมื่อทำการฝากหรือดึงข้อมูล ดังนั้นถ้าจะเรียก Filecoin แบบเข้าใจง่ายๆว่าเป็น Incentive layer ของ IPFS ก็ได้เช่นกัน 


โดยลักษณะการใช้บริการบน Filecoin นั้นจะเป็นในรูปแบบ Storage deal ที่เป็นเหมือนสัญญาที่ทำระหว่างผู้ใช้งานกับ Storage provider ซึ่งแต่ละดีลจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าบริการการเก็บข้อมูลและระยะเวลาการให้บริการซึ่งจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละดีล กล่าวคือราคาของแต่ละดีลจะไม่ได้มีการ Fix ตายตัวเสมอไป แต่ว่าจะขึ้นกับ Demand/Supply ของในแต่ละช่วงเวลา

ขอบคุณภาพจาก Tory Green Twitter

ส่วนวิธีการที่ Filecoin ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของการเก็บข้อมูลขั้นแรกคือผู้ที่เป็น Storage provider จะต้องวางเหรียญ $FIL จำนวนหนึ่งไว้เป็น Collateral (Proof of stake) นอกจากนี้ต้องทำการส่งหลักฐานเพื่อยืนยันว่ายังทำการเก็บรักษาข้อมูลอยู่อย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการ Proof of Replication และ Proof of Spacetime ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • Proof of Replication เป็นขั้นตอนแรกของแต่ละ Storage deal ที่ทาง Storage provider จะต้องทำการแสดงหลักฐานยืนยันว่าได้ทำการเข้ารหัสและบันทึกข้อมูลแล้ว
  • Proof of Spacetime หลังจากขั้นตอนแรก ทาง Storage provider จะต้องแสดงหลักฐานว่ายังคงมีการเก็บบันทึกข้อมูลต่อเนื่องเป็นรายวันจนกว่าจะจบ Storage deal นั้นๆ

ในกรณีที่ Storage provider ไม่สามารถแสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งหรือผู้ใช้งานไม่สามารถดึงข้อมูลได้ก็จะโดนทำโทษผ่านการ Slashing หรือเหรียญ $FIL ที่วางล็อคค้ำประกันเอาไว้ก็จะถูกยึดนั่นเอง

Revenue ของ Filecoin

ในส่วนของรายได้ของ Filecoin นั้นมีโครงสร้างที่คล้ายกับ EIP-1559 ของ Ethereum ที่ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักคือ Base fee, Network fee และ Penalty fee ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • Base fees: หรือค่าแก๊ส เป็นค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการทำธุรกรรมบน Filecoin เช่น เมื่อผู้ใช้งานเปิด Storage deal เป็นต้น
  • Batch fees: เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับการเพิ่มความจุของการเก็บข้อมูล
  • Overestimation fees: ค่าธรรมเนียมสำหรับ Optimize ค่าแก๊ส
  • Penalty fees: ค่าธรรมเนียมที่เก็บจาก Storage provider ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม Storage deal

โดย Base fees, Batch fees, Overestimation fees และ Penalty fee จะเป็นส่วนที่ไม่ Fix ตายตัวแต่ขึ้นกับ Demand และ Supply การใช้งานบน Filecoin ซึ่งทั้งหมดจะเก็บเป็นเหรียญ $FIL ที่จะถูกนำไปเผาทิ้งออกจากระบบ และถือเป็น Revenue ของ Filecoin โดยตรง
ส่วนรายได้ของ Storage provider นั้นมาจากค่า Tip และ Block reward โดยในส่วนของ Block reward จะเป็นเหรียญ $FIL ที่ถูก Mint ออกมาใหม่ ส่วนปริมาณการ Mint เหรียญ $FIL จะขึ้นอยู่กับสองโมเดลดังนี้คือ

  • Exponential decay model (30% ของ Supply): ทาง Filecoin จะแจก Block reward ระดับสูงในช่วงเริ่มต้นเพื่อเป็นการดึงดูดคนให้เข้ามาเป็น Storage provider และจะลดลงเรื่อยๆแบบ Exponential
  • Baseline model (70% ของ Supply): อัตราการปล่อย Block reward ขึ้นกับ Storage capacity คือถ้ามีการใช้พื้นที่ Storage มาก เหรียญ $FIL ก็จะถูกปลดออกมาจ่ายเป็น Block reward มาขึ้นตาม

ซึ่งการที่ทาง Filecoin ใช้ทั้งสองโมเดลนี้ควบคู่กันเพราะมองว่าอาจมี Storage provider บางส่วนที่ถอนตัวออกเพราะอาจจะมองว่า Block reward ที่ถูกลดจาก Exponential decay นั้นไม่คุ้มค่า ดังนั้นจึงมีการเพิ่มการแจก Block reward ด้วย Baseline model เมื่อมีการใช้งาน Storage space มากขึ้นนั่นเอง เท่ากับเป็นการสร้าง Incentive ให้กับ Storage provider ในการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างมูลค่าให้กับ Filecoin ในระยะยาว

แนวโน้มการใช้งาน Filecoin และ Ecosystem

ขอบคุณภาพจาก Token terminal (ข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2023)

หนึ่งในความน่าสนใจคือภาพรวมรายได้ (Protocol revenue) ของ Filecoin ที่เมื่อเปรียบเทียบกับ Blockchain layer 1, layer 2 อื่นทั้งหมดจัดอยู่อันดับที่ 3 รองจาก Ethereum และ Tron โดยรายได้ของ Filecoin นับจาก Base fee, Batch fee, Overestimation fee และ Penalty fee ซึ่งเป็นรายได้รวมจากทั้งฝั่ง Storage provider และผู้ใช้งาน 


ถึงแม้ว่าภาพรวมรายได้จะจัดอยู่ในอันดับ Top 3 แต่เมื่อเปรียบเทียบรายได้ในช่วง Q1 2023 กับในช่วง Peak ใน Q2 2021 รายได้ของแพลทฟอร์มลดลงมากถึง 80% จากมูลค่า 6.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเหลือเพียง 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการลดลงของรายได้ที่มากขนาดนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก HyperDrive network upgrade ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2021 ที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของ Network เพราะช่วยให้ Storage provider สามารถมี Capacity ในการเก็บข้อมูลแบบ Aggregate ได้เพิ่มขึ้นถึง 10-25 เท่า แต่การอัพเกรดดังกล่าวก็ทำให้ค่าธรรมเนียมบน Network ลดลงตามไปด้วย ซึ่งภาพรวมจึงทำให้รายได้ของ Filecoin ลดลงค่อนข้างมาก

ขอบคุณภาพจาก Messari

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกันหลังจากผ่าน HyperDrive network upgrade คือ Q1 2023 กับ Q1 2022 จะพบว่ารายได้ของแพลทฟอร์มใน Q4 2022 เพิ่มขึ้น 180% ซึ่งก็สอดคล้องกับ Storage deal (PiB) ที่เติบโตเพิ่มขึ้นมากถึง 1,470% แสดงถึงการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ที่เข้ามาใช้งานเก็บข้อมูลบน Filecoin นั้นก็มีทั้งธุรกิจ Web 2.0 และ Web 3.0 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Messari ในเดือนธันวาคม 2022 พบว่ากลุ่มธุรกิจที่มาใช้บริการมากที่สุดคือ Life Sciences (23%) รองลงมาคือ Web 3.0/Crypto (19%) และ IT (18%) ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ใช้บริการส่วนมากยังคงเป็น Web 2.0 

นอกจากการใช้งานที่เติบโตขึ้นแล้ว จำนวน Storage provider ในระบบก็เพิ่มมากขึ้นด้วย เห็นได้จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ Storage capacity มาโดยตลอด ซึ่งเมื่อเทียบกับ Q4 2021 มีการเติบโตราว 10% จาก 6.9 EiB มาอยู่ที่ 15.9 EiB ใน Q4 2022 (1 EiB = 1,152, 921,505 GB) ส่วนใน Q1 2023 ที่ผ่านมานี้ Storage capacity ได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ประมาณ 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตามแนวโน้มของ Storage utilization* ยังคงเติบโตต่อเนื่องกว่า 100% เมื่อเทียบในช่วง Q1 2023 กับ Q1 2022 

*Storage utilization แตกต่างจาก Storage capacity คือ Storage utilization จะเป็นสัดส่วนการใช้งานพื้นที่ Storage capacity ที่มีอยู่ทั้งหมดในระบบ

ตัวอย่างบางส่วนของ Filecoin ecosystem (ขอบคุณภาพจาก Github)

จะเห็นได้ว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แม้จะเป็นช่วงตลาดหมี ภาพรวมการใช้งาน Filecoin network นั้นเพิ่มขึ้นทั้งผู้ใช้งาน Data storage, Storage provider และ Storage utilization นอกจากนี้ภายใน Ecosystem ก็ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยทาง Protocol Labs ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุนและด้านอื่นๆสำหรับนักพัฒนาและโปรเจกต์ในช่วงระยะเริ่มต้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันมีจำนวนโปรเจกต์ที่สร้างบน Filecoin มีจำนวนมากกว่า 600 โปรเจกต์แล้ว (ซึ่งส่วนมากเป็นโปรเจกต์ในระยะ Early stage) โดยจำนวนโปรเจกต์ได้เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัวใน Q4 2022 เมื่อเทียบกับในช่วง Q4 2021 โดยโปรเจกต์ที่สร้างบน Filecoin ecosystem มีหลากหลายประเภทด้วยกัน อย่างเช่น Data infrastructure (เช่น Ocean protocol), Media streaming (เช่น Hudhle01), Metaverse (เช่น MoNA), Gaming (เช่น OPGames) เป็นต้น

ขอบคุณภาพจาก NFT.storage

นอกจากนี้ทาง Filecoin ยังได้เปิดตัว NFT Forever Project หรือ NFT.storage เพื่อให้โปรเจกต์ NFT สามารถมาใช้บริการเก็บรักษา Offchain-data (เช่น Metadata) ของ NFT ได้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย โดย NFT.storage จะใช้ Filecoin Virtual Machine (FVM) เพื่อใช้ Smart contract ในการสร้าง Storage deal แทนที่การใช้คนในการทำธุรกรรมดังกล่าว โดยในตอนนี้ก็มีโปรเจกต์ชื่อดังอย่างเช่น OpenSea, Magic Eden, Rarible เข้ามาใช้บริการแล้ว

Filecoin Virtual Machine (FVM)

ล่าสุดทาง Filecoin เพิ่งได้เปิดตัว Filecoin Virtual Machine (FVM) ไปในช่วงเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมาที่หลายๆคนมองว่าจะเข้ามาเปลี่ยนเกมของ Filecoin ไปแบบสิ้นเชิง เพราะจะทำให้ Filecoin เป็นมากไปกว่าผู้ให้บริการ Data storage โดยจะทำให้ Filecoin รองรับการสร้าง DApps และ Smart contracts ได้ด้วย หรือพูดให้เห็นภาพง่ายๆก็คือ Filecoin จะกลายเป็น Blockchain Layer 1 ที่สร้างบน Layer 0 ที่เป็น Data storage นั่นเอง ซึ่งเราคาดว่า FVM จะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ Ecosystem ของ Filecoin เติบโต รวมถึง Revenue ที่เพิ่มขึ้นไปได้อีกมาก

ขอบคุณภาพจาก Filecoin.io

โดย FVM นั้นเป็น EVM-Compatible หรือสามารถรองรับภาษา Solidity ซึ่งใช้เขียน Smart contracts บนเชน Ethereum ทำให้นักพัฒนาสามารถย้าย DApps ที่มีอยู่ใน Ethereum ไปยังเครือข่าย Filecoin ได้แบบง่ายๆ ส่วนคำถามที่ว่าแล้วการที่ Filecoin ทำ FVM แล้วจะมีข้อดีที่แตกต่างจาก Blockchain อื่นๆที่มีอยู่เต็มไปหมดอย่างไร? ซึ่งคำตอบก็คือว่า DApps ที่มาสร้างบน Filecoin นั้นจะสามารถเข้าถึงบริการและข้อมูลเกี่ยวกับ Data storage ไปด้วยในตัว นอกจากนี้การที่มี Smart contracts ยังเป็นการเปิดทางให้สามารถนำ Data ไปคำนวณต่อได้ (Data computation) ซึ่งทำให้เกิด Use case ที่น่าสนใจต่างๆมากมาย เช่น Data DAO, Perpetual storage, Tokenized data เป็นต้น และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ขอยกตัวอย่างของ Use case บางส่วนดังนี้

ขอบคุณภาพจาก Glif.io

  • Collateralized lending/borrowing against storage provider revenue: คือการใช้รายได้ของ Storage provider ในอนาคตเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันในการกู้ยืมเงิน ตอนนี้มีโปรเจกต์ที่ชื่อว่า “Glif” เปิดให้บริการนี้อยู่ (ตามที่แสดงในภาพด้านบน)
  • Data DAO: สามารถทำการ Tokenize Data และสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างรายได้ให้กับ DAO โดยรายได้ที่เกิดขึ้นนำไปแจกจ่ายให้กับสมาชิกภายใน DAO ได้ ยกตัวอย่างเช่น ในอนาคตอาจมีบริษัทที่ต้องการข้อมูลที่จะใช้ในการการพัฒนาวัคซีนหรือยารักษาโรค ซึ่ง Data DAO สามารถนำ Data ที่มีไปขายให้กับบริษัทนั้นๆได้ และเมื่อวัคซีนหรือยารักษาโรคนั้นพัฒนาสำเร็จและได้รับการใช้งานเป็นวงกว้างก็จะสามารถสร้างส่วนแบ่งรายได้ให้กับ DAO และสมาชิกได้ เป็นต้น
  • NFTs: ในปัจจุบันโปรเจกต์ NFT ส่วนมากยังมีจุดอ่อนในเรื่องการเก็บข้อมูลในรูปแบบ Centralized ดังที่เกริ่นไปในช่วงต้น แต่การที่มี FVM จะทำให้โปรเจกต์สามารถสร้าง (Mint), ซื้อขายแลกเปลี่ยน และเก็บข้อมูล Meta data แบบ Decentralized ไว้ในที่เดียวได้ 
  • FIL lending/Liquid Staking protocol: เนื่องจากผู้ที่เป็น Storage provider จะต้องทำการล็อคเหรียญ FIL จำนวนหนึ่งเพื่อค้ำประกันไว้ ดังนั้นผู้ใช้งานสามารถนำเหรียญไปปล่อยกู้เพื่อรับส่วนแบ่งรายได้จาก Storage provider ได้ นอกจากนี้ ในอนาคตอาจมีการสร้างแพลทฟอร์ม Liquid staking (คล้ายกับ Lido หรือ Rocket pool) สำหรับเหรียญ FIL เพื่อรับรายได้จากโปรโตคอลหลายๆแหล่งได้พร้อมกัน โดยไม่ได้จำกัดแค่รายได้จาก Storage provider 
  • Yield on customer’s idle fund: เงินของลูกค้าที่จ่ายให้ Storage deal จะถูกนำไปจ่ายให้ Storage provider เป็นระยะๆ (เพื่อป้องกันการโกง) โดยส่วนที่ยังไม่ได้นำไปจ่ายก็จะถูกล็อคไว้เฉยๆ แต่เมื่อมี Smart contracts และ DeFi จึงทำให้ทางลูกค้าสามารถนำไปสร้างรายได้หรือ Yield ได้ต่อในระหว่างที่ยังไม่ได้นำไปจ่ายให้ Storage provider ซึ่งจะช่วยลดต้นได้ โดยช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเรื่องราคาให้กับ Filecoin ได้
  • Data computation: จากเดิมที่ Filecoin ให้บริการเกี่ยวกับ Data storage เพียงอย่างเดียว เมื่อมี FVM ก็ทำให้สามารถให้บริการคำนวณข้อมูล (Data computation) ได้ด้วย นอกจากนี้ทาง Filecoin ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา Data Retrieval Markets ที่จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มได้ให้กับ Storage provider นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งประเภทของการเก็บข้อมูลแยกตามการใช้งาน เช่น ข้อมูลที่เรียกใช้บ่อย (Hot data) หรือ ข้อมูลที่ไม่ได้ถูกเรียกใช้บ่อย (Cool data)

FIL Tokenomics

ขอบคุณภาพจาก Filecoin

ในส่วนของ Allocation ของเหรียญ FIL นั้น  จะถูกแบ่งตามสัดส่วนที่แสดงตามภาพด้านบน โดยมี Maximum supply ที่ 2,000 ล้าน FIL โดยในปัจจุบัน Circulating supply ของเหรียญ FIL อยู่ที่ 413 ล้าน FIL ซึ่ง Circulating supply คิดเป็นประมาณ 20% ของ Total supply (ข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2023) ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวก็ดูเหมือนกับว่าเหรียญ FIL จะต้องถูก Dilute อีกเยอะ อย่างไรก็ตาม กลไกการปลดเหรียญ FIL นั้นไม่ได้ตรงตัวเหมือนกับโปรเจกต์อื่นๆ ที่ทำให้เราคาดว่า Circulation supply ของเหรียญ FIL จะไม่ขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดที่ 2,000 ล้าน FIL ด้วยเหตุผลหลัก 3 อย่างคือ

1. Performance based minting
เหรียญ FIL จำนวน 70% (1,400 ล้าน FIL) ถูกแบ่งไว้สำหรับเป็น Incentive แก่ Storage provider แต่การปลดเหรียญจาก Mining allocation จะไม่ได้ปลดเหรียญเป็น Fixed schedule โดยในกรณีของ Filecoin จำนวนเหรียญที่จะถูกปลดออกมาขึ้นอยู่กับ Storage ที่ถูกใช้บน Network นั่นหมายถึงว่า ถ้ามีการใช้พื้นที่ Storage มาก เหรียญ $FIL ก็จะถูกปลดออกมามากตาม ในทางตรงข้าม ถ้ามีการใช้พื้นที่ Storage น้อย เหรียญ $FIL ก็จะถูกปลดออกมาน้อย นั่นหมายความว่า Allocation ที่จัดสรรไว้ให้กับ Storage provider จำนวน 70% อาจจะไม่ได้ถูกปลดออกมาทั้งหมดก็ได้ ซึ่งถ้าอ้างอิงตามเอกสารของ Filecoin การที่ Supply ของ Filecoin จะปลดออกมาครบ 70% หรือ 1,400 ล้าน FIL ได้ จะต้องมีการใช้พื้นที่ Storage มากถึง 1 Yottabyte ในเวลา 20 ปีเลยทีเดียว ซึ่งมากกว่าขนาดของ Cloud storage ของโลกในปัจจุบันถึง 1,000 เท่า

2. Deflationary mechanics

ขอบคุณภาพจาก Observablehq.com

นอกจากนี้เหรียญ FIL ยังมีส่วนที่เป็น Deflationary โดย Base fees, Batch fees, Overestimation fees และ Penalty fee จะเป็นส่วนที่จะถูกนำไปเผาทิ้งออกจากระบบ โดยกจากข้อมูลวันที่ 8 เมษายน 2023 จำนวนเหรียญ FIL ที่ถูกเผารายวันเฉลี่ยอยู่ที่ 13,571.46 FIL โดยสัดส่วนของ Fee แต่ละประเภทที่ถูกเผาแสดงตามภาพด้านบน

3. Locked Collateral

เนื่องจากว่า Storage provider จะต้องล็อคเหรียญ FIL ไว้เป็น Collateral เพื่อใช้ในการรับประกัน Storage deal จึงลดจำนวน Circulating supply ได้

ด้วยปัจจัย 3 ข้อที่กล่าวไปข้างต้น เราจึงมองว่าเหรียญ FIL จะไม่ถูกปลดออกมาจนครบ 2,000 ล้าน FIL โดยทาง Observable ได้ทำการ Simulate circulating supply ของเหรียญ FIL ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ด้วยสมมติฐานดังนี้

  • การเติบโตของการใช้งานบน Filecoin network ที่ 3% ต่อเดือน
  • การใช้งานพื้นที่ Storage บน Filecoin (Storage utilization) ใน 3 ปีข้างหน้า อยู่ที่ 60%
  • อัตราการเผาเหรียญ FIL ที่ค่าเฉลี่ยรายวันที่ 14,000 FIL

ขอบคุณภาพจาก Observablehq

ซึ่งผลจากการ Simulate แสดงให้เห็นว่า ในปี 2026 เหรียญ FIL จะมี Circulating supply อยู่ที่ประมาณ 577 ล้าน FIL ทั้งนี้ ผลการ Simulate อ้างอิงตามสมมติฐานของการใช้งานตามที่ชี้แจงไปข้างต้น ถ้าใครสนใจอยากลองเล่นกับ Simulation หรือเปลี่ยน Paramater ต่างๆเพื่อดูว่าจะมีผลอย่างไรต่อ Circulating supply ให้ลองไปที่ Link

Filecoin Valuation

แม้ว่าสถิติและปัจจัยหลายอย่างของ Filecoin จะดูดี ภาพรวมราคาของเหรียญ FIL เมื่อเทียบกับในช่วงตลาด Bull market ได้ปรับตัวลงมากว่า 99% จากจุดสูงสุดที่ 236 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2021 มาทำจุดต่ำสุดในเดือนธันวาคม 2022 ที่ราคา 2.64 ดอลลาร์ โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราคาเหรียญ FIL ก็ได้กลับมาเรียกความสนใจจากนักลงทุนได้อีกครั้งจากการที่ราคาพุ่งขึ้นกว่า 180% ภายในเวลาไม่ถึงสองเดือนจาก 3 ดอลลาร์ไปที่ 8.67 ดอลลาร์ ซึ่งการพุ่งขึ้นของราคาในช่วงดังกล่าวคาดว่ามาจากข่าวการกำลังจะเปิดตัวของ Filecoin Virtual Machine (FVM) ประกอบกับกระแสเหรียญจีนที่มาแรง อย่างไรก็ตาม ไม่นานราคาก็ปรับตัวลดลงจนในปัจจุบันราคาก็มายืนอยู่ในช่วงประมาณ 5-6 ดอลลาร์ (ข้อมูลวันที่ 7 เมษายน 2023) 

ดังนั้นเราคงจะพอสรุปได้ว่า ราคาของเหรียญ FIL ก็มีพฤติกรรมเหมือนกับ Cryptocurrency ทั่วไปที่ปรับตัวตาม Sentiment ของตลาดและแรงเก็งกำไรในช่วงเวลานั้นๆ อย่างไรก็ตาม ในภาพระยะยาว เราน่าจะสามารถใช้โมเดลการทำนายรายได้ (Revenue) ของ Filecoin เพื่อประเมินมูลค่าของเหรียญในอนาคตได้ในเบื้องต้น ซึ่งในพาร์ทนี้เราจะไปดูกันว่า ในอนาคตเหรียญ FIL น่าจะมีราคาที่เหมาะสมที่เท่าไหร่จากการทำนายรายได้และ Demand ของเหรียญ FIL ในอนาคต

ขอบคุณภาพจาก Precedence Research

อ้างอิงข้อมูลจาก Precedence Research ได้ประเมินว่า Market size ของ Cloud computing จะมีมูลค่า 8.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ซึ่งในปัจจุบันตลาดดังกล่าวมีผู้นำเป็น Centralized storage provider อย่างเช่น Amazon AWS, Google Cloud, Microsoft Azure และ Alibaba ที่ครองส่วนแบ่งไปกว่า 67% โดยผู้นำตลาดอันดับหนึ่งคือ Amazon AWS ที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 32%

ขอบคุณภาพจาก M31 Capital

โดยสำหรับในกลุ่มที่เป็น Decentralized storage ปัจจุบันนั้น Filecoin ครองส่วนแบ่ง Market share ในด้าน Stage space มากถึง 82% รองลงมาอันดับสองและสามคือ Storj และ Sia ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เราจะตั้งสมมติฐานในอนาคตว่า Filecoin จะกินส่วนแบ่งในกลุ่ม Decentralized storage พอๆกับตลาดกลุ่มที่มีความ Mature กว่า โดยอาจมีส่วนแบ่งทางการตลาดใกล้เคียงกับ Amazon AWS หรือที่สัดส่วนประมาณ 30% 

ตั้งสมมติฐานอื่นๆเพื่อประเมินมูลค่า

  • อ้างอิงข้อมูลจาก Precedence Research ได้ประเมินว่า Market size ของ Cloud computing จะมีมูลค่าประมาณ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 โดยเราจะตั้งสมมติฐานว่าผู้ให้บริการแบบ Decentralized จะครองส่วนแบ่ง 10% หรือ Market size ที่ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • สมมติฐานต่อไปคือ Filecoin จะกินส่วนแบ่งของ Decentralized cloud storage ที่ 30% (ตามที่ระบุไว้ในพาร์ทก่อนหน้า)

จากสมมติฐานทั้งสองจะทำให้ Market cap ของ Filecoin ในปี 2030 มีมูลค่าเท่ากับ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่ออ้างอิงถึงจำนวน Circulating supply ที่ได้ Simulate ออกมาในพาร์ทก่อนหน้าที่จำนวน 577 ล้าน FIL จะทำให้ราคาเหรียญ FIL ในช่วงปี 2026 มีราคาที่ประมาณ 42 ดอลลาร์ 

จากตัวเลขราคาที่ประเมินออกมาเท่ากับว่าราคาเหรียญ FIL มีโอกาสเติบโตได้อีกกว่า 8 เท่าจากราคาปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ทางเราทำการประเมินออกมานั้นมาจากการตั้งสมมติฐานหลายอย่างที่อาจจะเกินความจริงไปบ้างในบางขั้นตอน เช่น ในอีก 3 ปีข้างหน้า Decentralized cloud computing อาจจะไม่สามารถครองส่วนแบ่งได้มากถึง 10% ก็ได้ แต่อาจจะน้อยกว่านั้นมาก ผู้อ่านสามารถใช้หลักการเดียวกันแล้วลองปรับเปลี่ยนสมมติฐานต่างๆเพื่อลองดูความเป็นไปได้ในหลาย Scenario ได้ด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก Bloomberg

อย่างไรก็ตาม จากการรายงานของ Bloomberg มีนักวิเคราะห์จาก Redburn ได้ทำนายมูลค่าของ Amazon AWS ในอนาคตไว้ว่ามีโอกาสไปอยู่ระหว่าง 5 แสนล้าน ถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อเทียบกับการประเมินมูลค่า Filecoin ในอีก 3 ปีที่ 24,000 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรือคิดเป็นเพียง 0.8-4.8% ของมูลค่าของ Amazon AWS ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับว่าทางเลือกที่เป็น Decentralized storage & computation จะได้รับความนิยมมากขนาดไหนในอนาคต นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่จะเป็นปัจจัยส่งผลต่อราคาของเหรียญ FIL ก็ไม่ได้มีเพียงแค่ปัจจัยพื้นฐาน แต่ยังคงขึ้นกับ Sentiment ของตลาดคริปโทฯโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย

Filecoin Technical Analysis – ทำสัญญาณการกลับตัวที่แนวรับระดับสัปดาห์

ข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2023

สำหรับแนวโน้มของราคาในระยะสั้น หลังจากเหรียญ FIL ได้ปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 90% ราคาได้ลงมาแตะที่แนวรับระดับสัปดาห์ซึ่งเป็นราคา All time low ของเหรียญนี้ (เส้นแนวรับสีแดง) หลังจากนั้นราคาได้มีการพุ่งอย่างรุนแรงทันที

จะเห็นว่าจากเส้นลูกศรสีเหลืองราคาได้มีการทำ Higher Low ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันราคาอยู่ในช่วงของการพักตัวและหากจะยืนยันการเป็นแนวโน้มขาขึ้นจะต้องไม่ควรหลุดแนวรับสีชมพูทั้งสองเส้นที่ราคา $5.6 และ $4.69 ตามลำดับ และจะต้องขึ้นไปทำ Higher high เหนือราคา $9.48 ให้ได้ด้วย ซึ่งถือว่าต้องมีแรงซื้อที่มากพอสมควรถึงจะสามารถขึ้นไปได้ โดยแนวต้านที่สำคัญคือที่ราคา $10 เป็นแนวต้านแรกและ $12.3 เป็นแนวต้านที่สอง

โดยสรุป เหรียญ FIL มีโอกาสกลับตัวเป็นขาขึ้นแต่ยังไม่ยืนยันจนกว่าจะทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ ราคา $9.48 ได้ ซึ่งมองว่าเป็นไปได้ยากหากหลุดแนวรับที่ราคา $5.6 ซึ่งจะทำให้ราคากลายเป็นการพักตัวในระยะสั้น

สรุป

กระแสของ Web 3.0 ถือว่ามาแรงและคาดว่าจะเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งเราเชื่อว่าหนึ่งใน Infrastructure ของ Web 3.0 ที่สำคัญมากก็คือ Data storage ที่คาดว่าจะต้องมีการใช้งานที่เติบโตตามจำนวนการสร้างข้อมูลบน Web 3.0 ที่มากขึ้น เช่น จากการใช้งานที่มาจาก NFT,GameFi, Metaverse เป็นต้น โดยในปัจจุบันหลายๆโปรเจกต์ Web3.0 นั้นก็ยังใช้การเก็บข้อมูลบน Centralized server อยู่ ทางเราเชื่อว่าในนอนาคตผู้ใช้งานจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องความเป็นเจ้าของและความ Decentralization และควรจะมีการเก็บข้อมูลแบบ Decentralized มากขึ้น 

โดย Filecoin เป็นหนึ่งในเครือข่าย Decentralized data storage ที่มี Market share อันดับหนึ่ง หลักการคือใช้การเก็บข้อมูลแบบกระจายบน Node ทั่วโลกผ่านเครือข่าย Peer-to-peer ซึ่งมีระบบ Incentive เพื่อดึงดูด Storage provider และผู้ใช้งานจะต้องเสียค่า Fee เป็นเหรียญ $FIL เมื่อทำการฝากหรือดึงข้อมูล ส่วนรายได้ของ Filecoin มาจาก 3 ส่วนหลักคือ Base fees, Batch fees, และ Penalty fees ซึ่งทั้งหมดจะเก็บเป็นเหรียญ $FIL ที่จะถูกนำไปเผาทิ้งออกจากระบบ ส่วนรายได้ของ Storage provider นั้นมาจากค่า Tip และ Block reward โดยในส่วนของ Block reward จะเป็นเหรียญ $FIL ที่ถูก Mint ออกมาใหม่

ส่วนภาพรวมการเติบโตของการใช้งานและ Ecosystem จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นช่วงตลาดหมี ทั้งจำนวนผู้ใช้งาน, จำนวน Storage provider, Storage utilizaiton และ Ecosystem มีแนวโน้มเติบโตขึ้นตลอด โดยในปัจจุบันมีจำนวนโปรเจกต์ที่สร้างบน Filecoin มีจำนวนมากกว่า 600 โปรเจกต์แล้ว ซึ่งประกอบไปด้วยโปรเจกต์หลากหลายยประเภททั้งที่เป็น Web 2.0 และ Web 3.0 เช่น Data infrastructure, Media streaming, Metaverse, Gaming เป็นต้น 

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมาทาง Filecoin ได้เปิดตัว Filecoin Virtual Machine (FVM) ซึ่งจะทำให้ Filecoin รองรับ Smart contracts ที่คาดว่าจะเป็นการเปิดโอกาสสำหรับ Use case ใหม่ๆ เช่น Lending, Data DAO, Staking protocol, Data computation เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Ecosystem และ Revenue ของ Filecoin เติบโตขึ้นได้อีกด้วย 

โดยในบทความนี้ เราได้ทำการประเมินมูลค่าของเหรียญ FIL ไว้จากการวิเคราะห์ Tokenomics และสมมติฐานต่างๆ ร่วมกับการประเมินต่างๆบนพื้นฐานของมุมมองต่อ Filecoin ที่เป็นบวกของผู้เขียน ซึ่งปัจจัยต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ไม่มากก็น้อยในอนาคต รวมถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดว่า Decentralized storage จะได้รับความนิยมขนาดไหนในกลุ่มธุรกิจทั้ง Web 2.0 และ Web 3.0 ดังนั้นผู้อ่านควรทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้นก่อนตัดสินใจลงทุนใน Filecoin หรือเทคโนโลยี Decentralized อื่นๆ

.

คำเตือนความเสี่ยง : คริปโทเคอร์เรนซี่และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต

Authors

Share :
Related
CoinTalk (21/6/2024):
[Report] มุมมองภาพรวมตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ครึ่งปีหลัง 2024
เกิดอะไรขึ้น? DeFi TVL พุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 15 เดือนในเดือนพฤษภาคม 2024
Cryptomind Monthly Outlook (June 2024)