Search
Close this search box.

Cryptomind Monthly Outlook (November 2023)

Share :
monthly cover

Table of Contents

*ข้อมูลระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม 2023 – 15 พฤศจิกายน 2023

สรุปข่าวเด่น

ค่าเงินบาท: DXY FALLING

ค่าเงินบาทมีแนวโน้มผันผวน ในกรอบ 34.8 – 35.1  บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ โดย ณ ปัจจุบัน อัตราการแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 35.1 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ ไทยบาทมีโอกาสที่กลับแข็งค่ากลับไปที่ 34.7 บาทต่อดอลล่าร์ในเร็วๆนี้ โดยมี 3 ปัจจัยคอยจับตามองดังนี้ 

1. DXY ดัชนีดอลล่าร์กำลังทดสอบแนวรับที่ 104.5: จากข้อมูลการเคลื่อนไหวของ DXY รูปทางขวามือจะเห็นได้ว่าการขยับตัวของดอลล่าร์นั้น เริ่มผ่อนแรงลงจากที่ขึ้นไป ทำ High ที่ 107.2 ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันเริ่มลดลงเนื่องจากตลาดเริ่มกลับมาเปิดความเสี่ยงมากขึ้นหลังจาก FED เริ่มให้สัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

2. พันธบัตรอเมริกา 2 ปี เริ่มกดหัวลง :  หลังจากขึ้นไปทำ High ที่ 5.2% พันธบัตรก็เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาแสดงให้เห็นว่า ตลาดเริ่มเปิดความเสี่ยงมากขึ้น และเริ่มชัดเจนแล้วว่า FED อาจจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยอีกแล้วหลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาดี 3. เศรษฐกิจฝั่งไทยเริ่มมีความหวัง:  จับตานโยบายดิจิทัลวอลเลทของรัฐบาลที่อาจจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการแจกเงิน อาจจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มมองเห็นโอกาสของเงินเฟ้อ

Macroeconomics: 5.5% is PEAK

หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาดี สถานการณ์ดอกเบี้ยอเมริกาเริ่มดีขึ้นหลังจากที่ FED เริ่มให้สัญญาณการหยุดขึ้นดอกเบี้ย จากภาพจะเห็นได้ว่า ตลาดมองว่าดอกเบี้ยที่ 5.5% หรือ 550 bps นั้นเป็นจุดพีคที่สุดในปีนี้ และเสียงส่วนใหญ่เริ่มเห็นด้วยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าตลาดจะเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น (พันธบัตรสหรัฐอเมริกาชนิด 2 ปีก็รับมุมมองนี้ไปแล้ว จึงมีแรงซื้อเข้ามากดผลตอบแทนลงจาก 5.2% ลงมาที่ 4.9%)  มากไปกว่านั้น ตลาดยังเริ่มมีมุมมองที่ว่า FED อาจจะลดดอกเบี้ยในเดือน มิถุนายน 2024 จากตอนแรกมองว่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือน กรกฎาคม 2024 ซึ่งถือว่าเป็นมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด

สภาวะตลาด DeFi โดยรวม

ภาพรวมตลาดคริปโตฯในเดือนพฤศจิกายนราคาปรับตัวขึ้นมาสดใส ปัจจัยหนึ่งมาจากตัวเลข CPI ของสหรัฐฯของเดือนตุลาคมประกาศออกมาต่ำกว่าที่คาด ร่วมกับ Fed เริ่มส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตฯได้รับประโยชน์ นอกจากนี้ตลาดคริปโตฯยังมีปัจจัยบวกภายในอย่าง Spot ETF ของ Bitcoion และ Ethereum ที่จ่อรออนุมัติ รวมถึง Bitcoin Halving ในปี 2024

สำหรับตลาด DeFi ภาพรวม DeFi TVL เพิ่มขึ้นมามากถึง 23% เทียบกับเดือนที่ผ่านมา โดย Arbitrum ปรับ เพิ่มมากที่สุดที่ 26% โดยคาดว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่กำลังจะมีการแจก Short-Term Incentive Program รวมถึง Staking Proposal ที่เพิ่งโหวตผ่านไป

นอกจาก Arbitrum แล้ว ก็มี Layer 2 น้องใหม่อย่าง Scroll ที่เพิ่งเปิดตัว Mainnet ไป ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก เห็นได้จาก TVL ที่เติบโตต่อเนื่อง และนอกจาก Layer 2 แล้ว เชน Layer 1 ก็กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง โดยในเดือนที่ผ่านมา เชน Solana มี TVL ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 71%

ส่วนเทรนด์ DeFi อื่นๆที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามความเห็นของนักวิเคราะห์คือ Perpetual DEX และ RWAs ที่มีแนวโน้มการใช้งานดีต่อเนื่อง และมีโอกาสเติบโตอีกจากการพัฒนาต่างๆ ที่จะทำให้ User Experience ดีขึ้น ตัวอย่างของโปรเจกต์กลุ่ม Perpetual DEX เช่น GMX, HMX, Rage Trade ส่วนตัวอย่างโปรเจกต์กลุ่ม RWAs เช่น Frax, MakerDAO, Goldfinch, Centrifuge เป็นต้น

Arbitrum Short-Term Incentives และ Staking Proposal

อีกเหตุการณ์สำคัญบนเชน Layer 2 ช่วงนี้ย่อมไม่พ้นเรื่องของ Arbitrum Short-Term Incentives หรือ STIP ที่ทาง Arbitrum นั้นได้มอบ ARB Token ให้กับ Dapps ต่างๆบน Ecosystem จากสัญญานนี้เองทำให้คนมองว่านี่จะเป็น Arbitrum Season

โดยแต่ละ Dapps ที่ผ่านการโหวตเลือกจาก Community จะได้รับ ARB Token เพื่อมาเป็น Incentives ให้กับ Users บน Ecosystem โดยมี Protocol ที่ได้รับ ARB ดังนี้คือ

GMX, MUX Protocol, Camelot, Vertex และ Radiant โดยถ้า Protocol ที่ได้ สัดส่วน % เทียบกับ TVL เยอะที่สุดคือ OpenOcean ที่เป็น Trading Aggregator นั่นเอง

Proposal: Activate ARB Staking ที่เป็นอีกหนึ่ง Catalyst นอกจาก

Arbitrum STIP โดยตัวเนื้อหา Proposal คือการเสนอให้ ARB Holder สามารถนำ $ARB มา Stake เพื่อรับ Yield ได้ ซึ่งจะมีการล็อค 1 ปี

ปัจจุบัน Proposal นี้ได้โหวตผ่านแล้ว และจะนำ 100M ARB ไปแจกจ่ายสู่ Staker โดยคิดเป็น 1% ของ Circulating Supply ซึ่งหากลองคำนวณดู 10% of Cir.Supply มา Stake จะได้ APR ราว 78.43%, 25% Stake → 31.37%, 50% Stake → 15.69% และ 100% Stake จะได้ APR 7.84%

โดยจะต้องล็อค 365 วันหรือ 1 ปี ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่จะทำให้ Supply ของ ARB ในตลาดน้อยลง และอาจส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นได้

Near จับมือกับ Polygon เพื่อสร้าง zkWASM Prover บน Ethereum

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทาง Polygon Labs ได้มีการประกาศความร่วมมือกับ Near ในการร่วมกันสร้าง “zkWASM Prover” สำหรับ Blockchain ที่ใช้ WASM ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Near หรือ Blockchain บน Cosmos Ecosystem (WASM คือการใช้ภาษาในการเขียน Coding อะไรก็ได้ในการสร้างเชน)

ซึ่ง zkWASM Prover คือเครื่องมือที่นำความสามารถของเทคโนโลยี zk-Rollups ของ Polygon เพื่อให้ WASM Chain ต่างๆสามารถทำงานร่วมกับ Ethereum ได้ ไม่ว่าจะเป็น การ Bridge เงินไปมาระหว่าง Near และ Ethereum จะง่ายมากขึ้นและปลอดภัยขึ้น รวมไปถึงในอนาคต Dev จะสามารถสร้าง DApps ผ่านการ Coding โดยใช้ภาษาอะไรก็ได้ เช่น C, C++ รวมไปถึง Rust เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้ ทาง Near จะกลายมาเป็น 1 ใน Core Contributor หลักในการช่วยพัฒนา Polygon CDK (Chain Development Kit) อีกด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดข้อดีต่างๆสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการเข้ามาสร้างเชนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การสร้างเชนใหม่หรือย้ายมาเป็น EVM เลย รวมไปถึงจะสามารถสร้างเชนบนพื้นฐาน WASM ที่ร่วมกับ Ethereum ได้ง่ายขึ้น

Move ในครั้งนี้นับว่าเป็น Move ที่น่าจับตามองทั้ง ทั้งในเรื่อง Near Blockchain ที่มีการขยับขยายเข้ามาเข้าใกล้ Ethereum มากขึ้น รวมไปถึงทาง Polygon ที่มีการพยายามขยับขยาย Ecosystem ตลอดทั้งใน Web 3.0 และการเชื่อมต่อจากโลก Web 2.0 เป็นต้น

KBANK เข้าซื้อ Satang Pro พร้อมจัดตั้งบริษัทที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มอีก 3 บริษัท

เช้าวันที่ 30 ตุลาคม 2566 มีรายงานว่า บมจ. ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK มีมติจัดตั้ง บริษัท ยูนิต้า แคปิทัล จำกัด (Unita Capital) เพื่อลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ทั้งนี้ บริษัท Unita Capital ถูกถือหุ้นโดยธนาคารกสิกรไทยทั้งหมด 100% และที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งและลงทุนในบริษัท ออร์บิกซ์ คัสโทเดียน จำกัด, บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด, บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด และบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด

โดยบริษัท ออร์บิกซ์ คัสโทเดียน จำกัด เป็นบริษัทที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Custodial Wallet Provider) และบริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด จะดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Fund Manager)​ ซึ่งทั้งสองธุรกิจดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตจาก กลต.
ส่วนบริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด จะดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีบล็อกเชน และบริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด ก็จะให้บริการในส่วนของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

เปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรระยะสั้นและการฟาร์ม Stablecoin  

ผลตอบแทนที่ได้จากพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นสหรัฐ (Treasury Bills) แบบระยะสั้น 3 เดือน ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่มีสภาพคล่องและผลตอบแทนสูง ที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนสูงขึ้นต่อเนื่องจากความกังวล Recession โดยปัจจุบันผลตอบแทนเริ่มลดลงเล็กน้อยตอนนี้อยู่เฉลี่ยปีละ 5.28% ส่วนผลตอบแทนจากการฟาร์มหรือปล่อยกู้ Stablecoin บนแพลตฟอร์มต่างๆในช่วงนี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาจากเดือนก่อนอยู่ที่  10.96 % โดยปรับตัวขึ้นมากกว่า 80% ตามสภาวะตลาดคริปโตฯที่กลับมาสดใสในช่วงนี้

โดยผลตอบแทนฟาร์มและปล่อยกู้ Stablecoin ในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นมาจากเดือนที่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ เป็นเพราะว่าสภาวะตลาด คริปโตฯ และ DeFi กลับมาคึกคักมากขึ้น ทำให้ธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนและราคาเหรียญที่แจกเป็น Incentive เพิ่มขึ้น

เปรียบเทียบผลตอบแทน DeFi Farming บนบล็อกเชนต่างๆ

สภาวะตลาด NFT

  • สภาวะตลาด NFT ในเดือนที่ผ่านมา เป็นเดือนแรกที่ Volume ของตลาด NFT ได้เพิ่มขึ้นหลังจากที่ลงอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือน
    • ในฝั่ง Ethereum และ Solana มี Volume เพิ่มขึ้นไปถึง 41-45% แต่มีจำนวนธุรกรรมลดลงไปถึง 50%
    • ในฝั่ง Polygon มี Volume ลดลงไปถึง 52% และยังคงมีจำนวนธุรกรรมที่ลดลงไปอีกถึง 50%

เดือนนี้เป็นเดือนแรกจากหลายๆเดือนที่ผ่านมา ที่ Volume ของ Solana กลับขึ้นมาแซง Polygon อีกครั้ง ในขณะที่ตลาด NFT ใน Ethereum และ Solana เริ่มทำการฟื้นตัวบ้างแล้ว Polygon ยังคงมีเทรนด์ที่ยังลดลงไปอยู่

  • ใน Collection ใหญ่ๆ Volume การซื้อขายก็ได้เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว และเริ่มมี Floor Price ที่สูงขึ้นกว่าเดิม บ่งบอกได้ว่าตลาด NFT ก็เริ่มกลับตัวพร้อมกับตลาดคริปโตในเดือนที่ผ่านมา BAYC, MAYC, Cryptopunk ก็ยังคงอยู่ใน Top 5 ด้าน Volume การซื้อขายเหมือนเดิม บ่งบอกได้ว่า Top Collection 3 ตัวนี้ก็ยังคงอยู่เหนือสุดไม่หายไปไหน — และแม้ว่า Floor Price จะขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังขึ้นไม่มาก ยังเป็นโอกาสที่ยังสามารถเก็บได้

Top 5 Volume Projects (Collectible NFT)

MEMELAND – THE CAPTAINZ – และการ Presale เหรียญ $MEME

9gag เรียกได้ว่าเป็นผู้เผยแพร่วัฒนธรรม Meme หลักใน Internet ตั้งแต่ปี 2008 และหลากหลาย Meme ก็ได้เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น DOGE, PEPE และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ก็ได้ตามมาในโลกคริปโตฯและกลายเป็น Culture ในหลากหลายชุมชนจนมีการสร้างเหรียญ Meme ต่างๆอย่างแพร่หลาย

หาก Meme จะถูกนำมาใช้อย่างเต็มศักยภาพในโลกคริปโต จะมีใครที่สามารถทำได้อีกนอกจาก 9gag ผู้เป็นผู้ริเริ่มใน Internet ซึ่ง 9gag ก็ได้เข้ามาสร้างโปรเจกต์ Memeland และก่อนหน้านี้ก็มีการปล่อย Collection แรกคือ The Captainz (Floor Price 4.88 ETH)

วันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา Memeland ได้ทำการ Presale (เรียกว่า Fire Sale) เหรียญ $MEME โดยคนที่ถือ NFT The Captainz ก็ได้สิทธิในการซื้อ Presale ไปด้วย และได้ไปถึง 10 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลา 40 นาที

นอกจากนี้แล้ว Memeland ยังต้องการจะขยายไปถึง Metaverse และ Gaming ซึ่งเป็นที่น่าจับตาดูว่า Memeland จะนำ Meme Culture ไปทางไหนต่อไป

Authors

Share :
Related
Paradigm VC ใจป๋านักสร้าง Airdrop ขวัญใจ E-Beggars
CoinTalk (23/2/2024):
Blockchain คืออะไร ?
CoinTalk (16/2/2024):