Search
Close this search box.

Azuki ไปต่อหรือพอแค่นี้? หลังมีดราม่า Collection ใหม่หน้าตาคล้าย OG Collection เป๊ะ!

  • Siwakorn Samutthong

    Analyst/Researcher at Cryptomind. Founder at Jolden Crypto. Ethereum/L2 Enthusiast.

Share :
Azuki FUD [Website] Poster

Table of Contents

บทความนี้จะมา Recap เรื่องที่เกิดขึ้น + วิเคราะห์อนาคตของ Azuki ว่า FUD ครั้งนี้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเหมือนที่ผ่านมา หรือเป็นจุดจบของ NFT Collection ลายเส้น Asia ตัวแรกของโลก🧐

📌 หัวข้อในบทความประกอบไปด้วย
1) Recap “Elementals” Collection ใหม่ของ Azuki
2) FUD ครั้งที่สองจาก Azuki
3) ความแข็งแกร่งของ Azuki ในช่วงตลาดขาลง
4) ความคิดเห็นจาก Cryptomind Research
5) การ Take Action จากทีม Azuki

1) Recap “Elementals” Collection ใหม่ของ Azuki

วันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา Azuki ได้เปิดตัว Collection ที่ 3 ของ Ecosystemโดยใช้ชื่อว่า “Azuki Elementals” ซึ่งเป็น PFP NFT จำนวน 20,000 ชิ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานการเติบโต Community ของ Azuki (ใช้ชื่อเรียกว่า Garden)

โดย 10,000 ชิ้นจะ Airdrop ให้กับ Azuki Holder (เช่นเดียวกับ Beanz) และอีก 10,000 ชิ้นจะขายผ่านวิธี Dutch Auction เริ่มต้นที่ราคา 2 ETH ซึ่งจะแบ่งขายเป็น 3 รอบ ได้แก่ รอบ Azuki 10 นาที, รอบ Azuki/Beanz 10 นาที และรอบ Public

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก เนื่องจาก Elementals สามารถประมูลจนหมดตั้งแต่รอบ Azuki Holder ทำให้ทีม Azuki กวาดรายได้ไปกว่า 20,000 ETH หรือประมาณ 1,280 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น จากจุดเด่นของ ERC-721A ซึ่งเป็น Smart Contract ที่ทีม Azuki เป็นคนพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเรื่องค่า Gas ที่ประหยัดขึ้น ก็ทำให้มี Whales คนนึงสามารถ Mint Elementals จำนวนกว่า 371 ตัวด้วยค่า Gas เฉลี่ยเพียง $200 เท่านั้น

แต่ก็มีบุคคลโชคร้ายที่ Mint Elementals เพียง 136 ตัว (น้อยกว่า Whales ที่พูดถึงด้านบน) แต่โดนค่า Gas ไปมากกว่า ~29 ETH ซึ่งความเป็นจริงใน Block นั้นที่ 56.5 Gwei ควรจะเสียค่า Gas แค่ 0.04 ETH เท่านั้น (ขอบคุณข้อมูลจาก @NatChittamai)

2) FUD ครั้งที่สองจาก Azuki

สุดท้ายทีม Azuki ก็มี FUD ครั้งใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักๆมาจากหน้าตาของ Elementals ที่ “เหมือน” กับ Azuki OG Collection มากเกินไป ส่งผลให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ของ Azuki และ Beanz ซึ่งภายในระยะเพียง 2 วัน ราคาของทั้งสอง Collection ลดลงมากกว่า -45% และ -51% ตามลำดับ

ซึ่งด้วยความที่หน้าตาเหมือนกันมากจนเกินไป จึงทำให้ Community หลายๆคนมองว่า ไม่ว่าจะถือ Azuki หรือ Elementals ก็มีค่าเท่ากัน เพราะหน้าตาแทบไม่ต่างกัน (Community บางคนยังบอกอีกทีว่า Elementals บางตัวยังดูดีกว่า Azuki ตัวหลักเสียอีก)

ถึงแม้หลังจากเกิดดราม่า ทางทีม Azuki ก็ออกมา Clarify ว่า Azuki ก็ยังถือเป็นศูนย์กลางและตัวหลักของ Ecosystem แล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า Action นี้ก็ไม่ได้ทำให้ราคาของ Azuki เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ซึ่ง Community ก็คงอดใจที่จะเชื่อไม่ได้จริงๆ เนื่องจากหน้าตาที่คล้ายกันมากเกินไป ประกอบกับ Supply ของ Elementals ที่มากถึง 20,000 ตัว ทำให้หลายๆคนจึงมองว่า Azuki นั้นทำการ “Dilution” ตัวมันเอง ส่งผลให้เกิดการเทขายจนราคาร่วงหนัก

นอกจากนี้ยังมีเรื่องงานของ Art ที่ทำออกมาไม่ละเอียดและไม่ Professtional อีกด้วย ซึ่งในแง่ของการที่ Retail ยกย่องว่ามันเป็น Blue Chip NFT ก็ไม่ควรจะมีข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ออกมา

3) ความแข็งแกร่งของ Azuki ในช่วงตลาดขาลง

นับว่าเป็นเรื่องปกติที่โปรเจกต์ Blue Chip NFT ทั้งหลายมักจะเจอ FUD ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเสมอ อย่างเช่นโปรเจกต์ Blue Chip ใน Cycle ที่ผ่านมาก็ต่างเจอกับ FUD เช่นเดียวกัน ซึ่ง FUD ก็เปรียบเสมือนเป็นการ Stress Test ว่าหากโปรเจกต์นั้นๆเจอการเทขายอย่างหนักแล้ว ราคาของ NFT จะสามารถกลับมายืนที่ราคาใกล้เคียงเดิมได้หรือไม่

สำหรับ Zagabond ซึ่งเป็น Founder Azuki เองก็ออกมายอมรับผิดว่าตัวเองเคยทำ NFT Collection หลายตัวและทิ้งโปรเจกต์มาก่อน ซึ่งตอนนั้น (ช่วงพฤษภาคม 2022) ราคา Azuki ก็ร่วงหนักมาก แต่สุดท้ายราคาก็กลับมาได้จากความเชื่อมั่นของ Community 

Azuki จึงนับเป็นหนึ่งในไม่กี่ Collection ที่สามารถยืนราคาได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงตลาดหมีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับ Memeland และ DeGods ที่ทำราคา All Time High ใหม่ในปีนี้ท่ามกลางตลาดขาลงของ NFT ต่างจาก Bored Ape Yatch Club, CloneX, Moonbirds และ Doodles ที่ราคาร่วงลงเรื่อยๆ

4) ความคิดเห็นจาก Cryptomind Research

ในมุมมองของทีม Research มีความเห็นว่า Azuki ยังคงเป็นหนึ่งใน NFT Blue Chip ที่มีฐาน Community ที่แข็งแกร่งทั้งฝั่ง US และ Asia รวมไปถึงทีมพัฒนาที่มีการ Communicate กับ Holder อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าทุกโปรเจกต์จะมีปัจจัยเหล่านี้เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกโปรเจกต์ที่จะทำสำเร็จ

ทางทีมเชื่อว่า Community เป็น Weight หลักที่ส่งผลต่อราคา NFT โดยตรง ซึ่งเมื่อวาน Azuki มีการเทขายอยู่ที่ราคา Floor ประมาณ 8.29 ETH (บน Blur) แต่ปัจจุบันราคาก็สามารถยืนราคาแถว 9 ETH ได้ และตัวที่มี Trait Rare ยังสามารถขายออกได้ในราคาที่สูง

ซึ่งถ้าในอนาคตหากฝุ่นหายตลบแล้ว ราคาสามารถยืน Floor เท่านี้ได้ รวมไปถึงทางทีมมีการ Take Action อะไรบางอย่างที่ทำให้ Community รู้สึกว่า Azuki ที่ตัวเองถือนั้นไม่ถูก Dilute ได้ ผู้เขียนเชื่อว่า Azuki ก็ยังถือเป็นหนึ่งใน Blue Chip NFT ที่น่าจับตามองในช่วงตลาดขาลงอยู่

5) การ Take Action จากทีม Azuki

โดยการ Take Action ของทีมในตอนนี้ คือการ Airdrop ถั่วเขียวเข้ากระเป๋า Azuki Holder โดยมีการเก็งจาก Community ว่า สิ่งนี้จะทำให้ Azuki นั้นมีความแตกต่างจาก Elementals รวมไปถึงในวันพรุ่งนี้ (30/6/2023) ตอน 8.00 น.จะมีการ Community Call จาก Zagabond อีกด้วย (คาดว่าหมายถึงเรื่องถั่วเขียว)

พวกเราเชื่อว่า ทีม Azuki มีศักยภาพที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการ Take Action หลังจากนี้เพื่อดึงความเชื่อมั่นของ Community กลับมา ทุกโปรเจกต์ย่อมเจอกับ FUD เป็นเรื่องธรรมดา พวกเราก็ขอให้ Azuki สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ลุล่วงครับ💪🏻

Author

Tags : NFT | Azuki
Share :
Related
Monad ระดมทุนได้ 225 ล้านดอลลาร์นำโดย Paradigm - ลุ้น Airdrop ยังไงดี ?
เจาะลึก Injective: บล็อกเชนตัวแรกที่ออกแบบมาเพื่อ DeFi โดยเฉพาะ
อัปเดททุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Restaking และ LRT
สรุปเหตุการณ์ดราม่าบน Blast ที่เกือบจะต้อง Roll-back เป็น Blast Classic